ปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เขตอำเภอแกลง จังหวัดระยอง

Factors Affecting Competition Potential of Traditional Retail Stores of Traditional Retail Stores in Klaeng District, Rayong Province

  • นรภัทร สถานสถิตย์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 422 ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 24000
  • จรรยา วังนิยม
Keywords: การค้าปลีก, ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม, ศักยภาพการแข่งขัน

Abstract

          การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เขตอำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการแข่งขันของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยการสำรวจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมจำนวน 400 ร้านค้า ในเขตอำเภอแกลง จังหวัดระยอง พบว่า 

          ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ในเขตอําเภอแกลง จังหวัดระยอง ส่วนใหญ่ มีขนาดมากกว่า 75 ตารางเมตร ดำเนินเปิดกิจการมา 6-10 ปี ช่วงเวลาในการเปิดดำเนินงาน 8:00-19:00 น. ลักษณะกิจการเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว มีกำไรจาการดำเนินงานต่อเดือนเท่ากับ 10,001-15,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่ลูกค้ามาซื้อสินค้าเท่ากับ มากกว่า 150 บาทต่อครั้ง

          ปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันสามารถของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมมีทั้งสิ้น 30 ปัจจัยโดย สามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับดังนี้

          ปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันสามารถของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ระดับมาก มี 2 ปัจจัย คือ การมีบริการที่สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า และ มีการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพดี

          ปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันสามารถของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ระดับปานกลาง มี 18 ปัจจัย คือ มีการออกแบบร้านค้าให้มีความทันสมัย มีการจำหน่ายสินค้าหลากหลาย มีการจำหน่ายสินค้าที่มีตราสินค้าเป็นที่รู้จัก มีการให้ส่วนลดเมื่อซื้อในปริมาณมาก สินค้าที่จำหน่ายมีความสดใหม่ตลอดเวลา มีทำเลที่ตั้งร้านที่สามารถเดินทางได้สะดวก มีบริการสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์ คนขายมีอัธยาศัยที่ดี มีการบริการส่งสินค้าถึงบ้าน มีการทำระบบลูกค้าสัมพันธ์ มีการขายสินค้าในราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป สินค้าที่จำหน่ายมีภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด มีการขายสินค้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือหรือสังคมออนไลน์ มีสถานที่จอดรถที่สะดวกสบาย มีการส่งเสริมการขาย เช่น การลดราคา การชิงโชค เป็นต้น มีการรับประกันสินค้าหลังการขาย มีการติดป้ายราคาสินค้าที่ชัดเจน และ มีการให้ความช่วยเหลือสังคมและชุมชน

          ปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันสามารถของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ระดับน้อย มี 7 ปัจจัย คือ มีการแนะนำและให้ข้อมูลสินค้าที่ชัดเจน มีการระบบสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษจากการซื้อสินค้า มีป้ายโฆษณาเสนอขายสินค้า มีการสะสมแสตมป์เพื่อแลกของรางวัล มีการให้ส่วนลดพิเศษ มีการจัดกิจกรรมพิเศษทางการตลาดตามเทศกาลต่าง ๆ และ มีการแจกสินค้าตัวอย่างฟรี

          ปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันสามารถของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ระดับน้อยที่สุด มี 3 ปัจจัย คือ มีการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ มีการขายสินค้าแบบเงินผ่อน และ มีการเปิดจำหน่ายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง

          ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ขนาดร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ระยะเวลาการดำเนินกิจการ ช่วงเวลาในการเปิดดำเนินงาน ลักษณะของกิจการ และ กำไรจากการดำเนินงาน ไม่มีผลต่อปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันสามารถของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ส่วนค่าใช้จ่ายที่ลูกค้ามาซื้อสินค้าต่อครั้ง มีผลต่อปัจจัยที่มีผลต่อศักยภาพการแข่งขันสามารถของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม

References

เกยรู ใยบัวกลิ่น. (2552). ผลกระทบของการขยายตัวร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีต่อการดําเนินงานของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม
(ร้านโชว์ห่วย). รายงานการวิจัย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ฉันทัส เพียรธรรม และวันทนาพร รุ่งวรรณรัตน์. (2555). การปรับตัวของร้านโชห่วยภายใต้กระแสการขยายตัวของ ร้านสะดวกซื้อ
สมัยใหม่. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2555.
พงศา นวมครุฑ. (2544). ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการค้าปลีกของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีผลต่อการซื้อของ
ผู้บริโภค. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาการบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ยโสธรา จวงเจิม. (2546). ผลกระทบของธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติต่อพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนใน จ.เชียงใหม่.
วิทยานิพนธ์ ร.ม., มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
ไววิทย์ นรพัลลภ.(2546). การดําเนินงานและปัญหาของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ในอําเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่. การค้นคว้าแบบอิสระ
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สงบ สิงสันจิตร. (2552). พฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในจังหวัดสุราษฏร์ธานี. จาก e-research
ฐานข้อมูลงานวิจัย/วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
สุจินดา เจียมศรีพงษ์. (2553). ปัญหาและแนวทางแก้ไขเพื่ออนาคตการค้าปลีกที่ยั่งยืน. วารสารวิทยาการจัดการ
และสารสนเทศศาสตร์ ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 เดือน ตุลาคม 2553 – มีนาคม 2554.
Bruner, G. C. II, James, K. E. & Hensel, P. J. (2001). Marketing Scales Handbook: A compilation of Multi-Item
Measures Volum III. Chicago, Illinois : American Marketing Association.
Singelis, T. M. (1994, October). The Measurement of Independent and Interdependent Self-Construals.
Personality and Social Psychology Bulletin, 20(5), 580-591.
Sproles, E. K. & Sproles, G. B. (1990). Consumer Decision-Making Styles as a Function of Individual Learning Styles.
Journal of Consumer Affairs, 24(1), 134-147.
Published
2019-12-28